สรุปข้อมูลเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่นในภูมิภาคอาเซียน ปี 2025

สรุปข้อมูลเกี่ยวกับพายุไต้ฝุ่น
ในภูมิภาคอาเซียน ปี
2025

[สรุป]

  • ฤดูกาลไต้ฝุ่นอันรุนแรงในปี 2025 ได้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการความเสี่ยงน้ำท่วมเชิงรุกทั่วภูมิภาคอาเซียน จากเหตุน้ำท่วม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 ราย และผู้คนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น รวมถึงความเสียหายที่มีมูลค่าเกิน 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปัจจัยด้านภูมิอากาศ เช่น ลานีญาและเอลนีโญ ยังทำให้ปริมาณฝนและพายุทวีความรุนแรงขึ้น เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของสภาวะอากาศในอนาคต
  • การระบุจุดเปราะบางเฉพาะพื้นที่ เช่น ที่ตั้งโรงงาน ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน และพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงของชุมชนที่อยู่อาศัย องค์กรต่าง ๆ สามารถดำเนินมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ปรับปรุงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ให้ดียิ่งขึ้น และลดความเสียหายทางเศรษฐกิจได้
  • การประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมอย่างเป็นระบบช่วยให้ทราบถึงข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้จริง ทั้งในด้านระดับการเผชิญความเสี่ยง ช่องโหว่ในการเตรียมความพร้อม และกลยุทธ์การบรรเทาผลกระทบ ซึ่งช่วยให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจสามารถปกป้องทรัพย์สินและสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือกับภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศที่มีความรุนแรงมากขึ้นได้

บทนำ

ในปี 2025 ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องเผชิญกับฤดูกาลไต้ฝุ่นที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีพายุสำคัญ เช่น ซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซา (Ragasa) ไต้ฝุ่นโคโตะ (Koto) และพายุไซโคลนเซนยาร์ (Senyar) ก่อให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ดินถล่ม และความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลในไทย เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 ราย ผู้คนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น และมูลค่าความเสียหายสูงกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ฤดูกาลดังกล่าวถูกจดจำในฐานะภัยพิบัติทางภูมิอากาศครั้งสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเกิดพายุในอาเซียน

ปรากฏการณ์ ENSO (El Niño–Southern Oscillation) เป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการติดตามภาวะเอลนีโญ (El Niño) หรือ ลานีญา (La Niña) ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและสภาพบรรยากาศในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตอนตะวันออก เอลนีโญและลานีญาถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อฤดูกาลไต้ฝุ่นในอาเซียน โดยตารางหน้าถัดไปจะเป็นการสรุปปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการระบุภาวะเอลนีโญและลานีญา

แผนภาพ 1. ลักษณะของเอลนีโญ และลานีญา

ที่มา: https://www.climate.gov/enso

ตารางที่ 1. สรุปปัจจัยการเกิดเอลนีโญ ลานีญา

แม้ว่าลานีญาจะเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดพายุในภูมิภาคอาเซียนบ่อยครั้ง แต่โดยทั่วไปพายุเหล่านี้มักมีขนาดเล็กถึงปานกลาง ในทางตรงกันข้าม เอลนีโญบางครั้งอาจทำหน้าที่เป็นปัจจัยเสริมความรุนแรง ทำให้เกิดพายุรุนแรงในอาเซียน เช่น ไต้ฝุ่นรากาซา โดยมีสาเหตุมาจากรูปแบบของปริมาณน้ำฝนถูกรบกวนโดยปัจจัยต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิผิวน้ำทะเล (SST) ที่สูงขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกซึ่งไปเพิ่มพลังงานความร้อนแฝงที่ส่งผลต่อพายุให้มีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของลมค้าและลมเฉือน ประกอบกับการที่แนวทางเดินพายุขยับไปทางทิศตะวันออก ส่งผลให้พายุสามารถก่อตัวได้ไกลออกไปในทะเล และสะสมพลังงานเหนือผิวน้ำที่อุ่นเป็นระยะเวลานานขึ้น ก่อนที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในที่สุด

ตามดัชนี ENSO ของนาซา (อ้างอิงระดับน้ำทะเล) รูปแบบภูมิอากาศดังกล่าวคงอยู่ในระยะลานีญา ตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 โดยมีการเปลี่ยนผ่านเป็นเอลนีโญเป็นช่วงสั้น ๆ ระหว่างเดือนมิถุนายน 2023 ถึงกุมภาพันธ์ 2024 ก่อนจะกลับเข้าสู่สภาวะลานีญาอีกครั้ง

ในสภาวะปัจจุบันปี 2026 ตามข้อมูลของ NOAA: Climate Prediction Center ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 คาดว่าในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2026 มีความน่าจะเป็นสูงถึง 82% ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญขึ้น และคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปอย่างน้อยจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027

แผนภาพ 2.ENSO Index ปี 1993-ปัจจุบัน โดย NASA

ที่มา: https://sealevel.jpl.nasa.gov/overlay-elnino/

จากข้อมูลของศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศ (CPC) ภายใต้หน่วยงาน NOAA (ดัชนี RONI) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2026 ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบกับสภาวะ ลานีญา (La Niña) ในปี 2025 โดยพิจารณาจากค่าความผิดปกติของอุณหภูมิน้ำทะเล (SST) ที่มีค่าเป็นลบในพื้นที่บริเวณ Niño 3.4 และ Niño 4 ความผิดปกติเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมพายุและปริมาณฝนที่มากขึ้นในหลายประเทศสมาชิกอาเซียน การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบพบว่า ปริมาณฝนสะสมในปี 2025 สูงกว่าปี 2024 ซึ่งอยู่ภายใต้สภาวะ เอลนีโญ ประมาณ 20–35% การประเมินนี้อ้างอิงจากรายงานของ NOAA, WMO, ASMC และหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยาประเทศไทย, PAGASA (ฟิลิปปินส์) และ BMKG (อินโดนีเซีย)

แผนภาพ 3. เลขดัชนี RONI โดย ศูนย์พยากรณ์สภาพภูมิอากาศ ของ NOAA  แผนภาพ 4. บริเวณตรวจสอบเอลนีโญ

ที่มา: https://www.cpc.ncep.noaa.gov/products/analysis_monitoring/enso_disc_mar2026/figure02.gif
https://www.cpc.ncep.noaa.gov/products/analysis_monitoring/ensostuff/nino_regions.shtml

ผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มสภาพภูมิอากาศที่มักพบในช่วงลานีญา โดยเฉพาะในฤดูกาล มีนาคม–พฤษภาคม และ กันยายน–พฤศจิกายน ตามที่ได้รับการบันทึกโดย JMA และลักษณะภูมิอากาศระดับโลกของปรากฏการณ์ลานีญา

แผนภาพ 5. การเปรียบเทียบผลกระทบจากปรากฏการณ์ลานีญาในอาเซียน ระหว่างปี 2024 และ 2025
แผนภาพ 5. การเปรียบเทียบผลกระทบจากปรากฏการณ์ลานีญาในอาเซียน ระหว่างปี 2024 และ 2025

จัดทำโดยบริษัทอินเตอร์ริสค์ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI)

ที่มา: https://www.data.jma.go.jp/cpd/data/elnino/learning/tenkou/sekai2.html

พายุที่เกิดขึ้นในปี 2025

ในปี 2025 ภูมิภาคอาเซียนเผชิญกับ ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจำนวน 6 ลูก ซึ่งแต่ละลูกมีความเร็วลมมากกว่า 118 กม./ชม. พายุเหล่านี้ได้แก่ รากาซา (16–25 กันยายน), บัวลอย (22–29 กันยายน), แมตโม (30 กันยายน6 ตุลาคม), คัลแมกี (31 ตุลาคม7 พฤศจิกายน), ฟงวอง (4–12 พฤศจิกายน) และ โคโตะ (23 พฤศจิกายน3 ธันวาคม) พายุกำลังแรงเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่สภาวะลานีญายังมีกำลังอ่อน โดยพายุหลายลูกก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันออกไกลออกไปเหนือผิวน้ำทะเลที่อุ่น ส่งผลให้พายุสามารถทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและมีวงจรชีวิตที่ยาวนานขึ้นก่อนที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ฝั่ง

นอกจากนี้ ภูมิภาคอาเซียนยังถูกพายุโซนร้อนที่มีความเร็วลมต่ำกว่า 118 กม./ชม.พัดเข้าถล่มอีกหลายครั้ง ซึ่งได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทั้งจากฝนตกหนัก กระแสลมแรง และเหตุน้ำท่วมรุนแรง

แผนภาพ 8: เส้นทางเดินพายุของซูเปอร์ไต้ฝุ่นหลักทั้ง 6 ลูก

ที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา, https://www.tmd.go.th/en/storms

ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภาคการผลิต

ในปี 2025 ประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นรุนแรงหลายลูก ได้แก่ รากาซา, คัลแมกี, ฟงวอง, บัวลอย, แมตโม และโคโตะ ซึ่งก่อให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างและความเสียหายต่อเขตอุตสาหกรรมและนิคมโรงงาน โดยเฉพาะใน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ เมืองเซบู (ฟิลิปปินส์) เวียดนามตอนกลาง และ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมตามแนวชายฝั่ง ซึ่งส่งผลให้โรงงานผลิตและสถานประกอบการเพื่อการส่งออกต้องหยุดชะงัก ดังตารางด้านล่าง

ตารางที่ 2. สรุปผลกระทบของพายุไต้ฝุ่นต่อพื้นที่อุตสาหกรรมภายในภูมิภาคอาเซียน

การเตรียมความพร้อมในการป้องกันน้ำท่วม/พายุไต้ฝุ่น

หลังจากระบุความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละพื้นที่แล้ว การเตรียมความพร้อมถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินมาตรการป้องกันเพื่อลดความเสียหายต่อทรัพย์สินให้น้อยที่สุด เนื่องจากน้ำท่วมมักเกิดขึ้นเป็นผลสืบเนื่องจากพายุไต้ฝุ่น ดังนั้น กลยุทธ์การป้องกันแบบครอบคลุมที่ครอบคลุมทั้งสองภัยพิบัติจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการลดความเสียหายในทุก ๆ ด้าน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเน้นย้ำว่า การเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมและพายุไต้ฝุ่นสามารถแบ่งได้เป็น 4 ระยะ โดยความพร้อมในระยะปกติถือเป็นช่วงที่มีความสำคัญมากที่สุด

ตาราง 3: แผนการเตรียมความพร้อมและการรับมืออุทกภัยและพายุไต้ฝุ่น

การเข้าใจความเสี่ยงในพื้นที่ถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการวางแผนเตรียมความพร้อมอย่างมีประสิทธิภาพ การตระหนักถึงจุดอ่อนที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละพื้นที่คือขั้นตอนแรกไปสู่การกำหนดมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม การเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และตอบสนองต่อภัยธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที

คุณได้ประเมินและทำความเข้าใจความเสี่ยงในพื้นที่ของคุณแล้วหรือยัง?

สรุปภาพรวม

ฤดูกาลพายุไต้ฝุ่นในปี 2025 ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาเซียน โดยมีพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นถึง 6 ลูก และพายุโซนร้อนอีกหลายลูก ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 ราย ประชาชนหลายล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย และสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยอิทธิพลจากสภาวะลานีญา ส่งผลให้พายุทวีกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือน่านน้ำที่มีอุณหภูมิสูง และเข้าพัดถล่มศูนย์กลางอุตสาหกรรมทั่วฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จนส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออกอย่างหนัก

ฤดูกาลนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการประเมินความเสี่ยงอุทกภัยเชิงรุกและการวางแผนเตรียมความพร้อม การระบุจุดอ่อนที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละพื้นที่และการใช้มาตรการป้องกันอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ภาครัฐและภาคธุรกิจสามารถลดความสูญเสีย ปกป้องทรัพย์สิน และเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) ต่อภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้

บริษัท อินเตอร์ริสค์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

ผู้ช่วยผู้จัดการ: นาย อากิมาสะ ซึซึมิ
หัวหน้าแผนกการให้คำปรึกษาด้านความเสี่ยงของทรัพย์สิน: นางสาว ธนาพร หลงเวช

แหล่งอ้างอิง

  1. https://www.cpc.ncep.noaa.gov/products/analysis_monitoring/lanina/enso_evolution-status-fcsts-web.pdf
  2. https://www.data.jma.go.jp/cpd/data/elnino/learning/tenkou/sekai2.html
  3. https://www.guycarp.com/content/dam/guycarp-rebrand/insights-images/2025/10/10_16_2025_post_event_typoon_ragasa_clean.pdf?utm_source=copilot.com
  4. https://www.jbarisk.com/knowledge-hub/event-response/typhoons-ragasa-and-bualoi-september-2025/?utm_source=copilot.com
  5. https://tmd.go.th/warning-and-events/warning-storm/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0
    %B8%A2-%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B9%
    81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81%E0
    %B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%
    99%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0
    %B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%93%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%
    80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%89%
    E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%97-3-323-2569?utm_source=copilot.com
  6. https://www.britannica.com/topic/Super-Typhoon-Fung-wong?utm_source=copilot.com
  7. https://watchers.news/2025/10/08/typhoon-matmo-unleashes-extreme-rainfall-record-river-crests-in-northern-vietnam/?utm_source=copilot.com
  8. https://aptfsis.org/uploads/normal/Disaster%20news%202025/13%20TC%20Koto/Tropical
    %20cyclone%20Koto.pdf?utm_source=copilot.com
  9. https://tmd.go.th/en/warning-and-events/warning-storm/storm-matmo-no-15-291-2025?utm_source=copilot.com

บริการด้านการจัดการภัยธรรมชาติ

MS&AD InterRisk Research Institute Co., Ltd. is a risk-related service company of the MS&AD Insurance Group, which conducts consulting related to risk management and research in a wide range of fields.

InterRisk Asia (Thailand) Co., Ltd. is a risk management company based in Bangkok, Thailand. We provide various risk consulting services in Southeast Asian countries, including fire risk surveys, natural disaster and industrial accident risk surveys for factories, warehouses, commercial facilities, etc., traffic risks, BCP formulation support, cyber risks, etc.

For inquiry, please feel free to contact the information below, or nearest Mitsui Sumitomo Insurance or Aioi Nissay Dowa Insurance sales representatives.

MS&AD InterRisk Research & Consulting, Inc.

International Section, Risk Management Planning Depertment

TEL. +66-(0)-3-5296-8920

https://www.irric.co.jp/en/corporate/index.php

InterRisk Asia (Thailand) Co., Ltd.

175 Sathorn City Tower, South Sathorn Road, Thungmahamek, Sathorn, Bangkok, 10120, Thailand

TEL: +66-(0)-63-416-1429

FAX: +66-(0)-2679-5278

http://www.interriskthai.co.th/

The purpose of this report is to provide our customers with useful information about occupational safety and health management. There is no intention of criticizing any individuals and parties etc.

 

Copyright 2026 MS&AD InterRisk Research & Consulting, Inc. All Rights Reserved

แชร์

Let us help you ensure business continuity

Talk to InterRisk and take the first step toward a safer, risk-free business