ผลกระทบจากสงครามน้ำมัน กลยุทธ์ความต่อเนื่องทางธุรกิจ

Strait-of-Hormuz

สงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบกับไทยอย่างไร?

การยกระดับความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ได้ก่อให้เกิดวิกฤตร้ายแรงต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เกิดการหยุดชะงักที่ไม่เคยมีมาก่อนต่อการค้าทางทะเล การขนส่งทางอากาศ และอุตสาหกรรมสำคัญทั่วโลก 

  • หลายๆองค์กรที่ตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจึงเริ่มตั้งคำถามสำคัญๆ เช่น 
    การปิดช่องแคบเฮอร์มุซนั้น จะส่งผลกระทบอย่างไรกับไทย?
  • มีสินค้าประเภทไหนบ้างที่ไทยรับมาจากช่องแคบนี้?
  • แล้วองค์กรต่างๆที่มีการพึ่งพาซัพพลายจากช่องแคบจะปรับตัวกับวิกฤตนี้อย่างไร?
หากผู้อ่านสนใจ สามารถทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ได้ที่นี่

มี อะไรเสียหาย ไปแล้วบ้างจากการโจมตี?

South Pars attacked
https://www.theguardian.com/world/ng-interactive/2026/mar/19/visual-guide-oil-and-gas-site-attacks-middle-east

โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและก๊าซ

แหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลก South Pars / North Field ของอิหร่านและกาตาร์ถูกโจมตี รวมถึงท่าเรือส่งออก LNG Ras Laffan ของกาตาร์ (ใหญ่ที่สุดในโลก) ต้องหยุดบางส่วน
ทำให้การส่งออก LNG ทั่วโลกหายไปประมาณ 20% โดยการซ่อมแซมคาดว่าจะใช้เวลาตั้งแต่ 3–5 ปี การโจมตีส่งผลให้การส่งออก LNG จากกาตาร์ลดลงและราคาซื้อขาย LNG spot ในเอเชียพุ่งทะยานกว่า 50-120%

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีในซาอุดีอาระเบีย

โครงการ Sadara Chemical Complex ที่เมืองจูเบล (ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับการผลิตแบบ เฟสเดียว)ทั้ง 26 หน่วยการผลิตหยุดทำงานทั้งหมด ส่งผลให้ผลผลิตสารเคมีหายไปจากตลาดโลกประมาณ 3 ล้านตันต่อปี

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่

  • Polyethylene (PE)

  • Polypropylene (PP)

  • Ethylene glycol

  • สารเคมี intermediates อื่นๆ

ความเสียหายต่อโรงกลั่นของประเทศในภูมิภาค GCC

โรงกลั่นในหลายประเทศตะวันออกกลางได้รับความเสียหาย ส่งผลให้เชื้อเพลิงและวัตถุดิบตั้งต้นขาดแคลน โรงกลั่นในเอเชียต้องลดการผลิต และเกาะ Kharg ที่รับผิดชอบการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านประมาณ 90%

สรุปพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากสงคราม (ข้อมูลเดือนมีนาคม)

Strait of Hormuz damaged areas
Note: Updated March 19 Source: AP reporting Graphic: Will Jarrett
  1. ท่าเรือส่งออกน้ำมัน Al Basra การส่งออกถูกจำกัด
  2. โรงกลั่นน้ำมันของคูเวต ถูกโจมตีด้วยโดรน วันที่ 19 มีนาคม
  3. ท่าเรือและโรงกลั่น Ras Tanura ถูกโจมตีด้วยโดรน วันที่ 2 มีนาคม เริ่มฟื้นฟูแล้ว
  4. ท่อส่งน้ำมัน East‑West ยังดำเนินการได้; Yanbu ถูกโจมตี
  5. ท่าเรือก๊าซ Ras Laffan ถูกโจมตี วันที่ 2 และ 18 มีนาคม
  6. ท่าเรือน้ำมัน Fujairah การดำเนินงานถูกรบกวนจากการสู้รบ
  7. เกาะ Kharg จุดส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ถูกโจมตี วันที่ 13 มีนาคม
  8. แหล่งก๊าซ South Pars ของอิหร่าน สิ่งอำนวยความสะดวกถูกโจมตีวันที่ 18 มีนาคม
  9. ท่าเรือส่งออก Jask ของอิหร่าน ยังดำเนินการได้

ช่องทางการเดินเรือที่หยุดชะงักจากการปิดช่องแคบ

การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลง 90–95% เรือหลายลำไม่สามารถเข้าไปยังท่าเรือในอ่าวได้ แม้โรงงานยังคงสภาพสมบูรณ์ มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบกว่า 70 ลำจอดรออยู่เฉย ๆ ในเอเชีย การปิดช่องทางเดินเรือส่งผลให้การผลิตต้นน้ำต้องหยุดลง  เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่เก็บและการขาดแคลนวัตถุดิบ

Ship transits stop
https://unctad.org/news/hormuz-shipping-disruptions-raise-risks-energy-fertilizers-and-vulnerable-economies

การปิดช่องแคบเฮอร์มุซและช่องทางการเดินเรือเกือบทั้งหมด ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและซัพพลายเชนทั้งโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีระดับกการพึ่งพาด้านพลังงานจากตะวันออกกลางค่อนข้างสูง

(สรุป) มีสินค้าอะไรบ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม?

Key commodities at strait of hormuz
Source: Atlantic Council, IEA, Kpler, Mizuho, J.P. Morgan Asset Management. Data as of 24 March 2026.

กว่า 90% ของการส่งออกที่ผ่านช่องแคบเฮอร์มุซถูกส่งไปยังเอเชีย โดยอินเดียและจีนเพียงสองประเทศคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสททั้งหมด รวมถึง 40% ของการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว ขณะที่ยุโรปเป็นผู้ซื้อหลักของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป โดยซื้อหนึ่งในสามของการส่งออกดีเซลและเชื้อเพลิงเครื่องบินทั้งหมด

จากรายงานของ J.P. Morgan Commodities Research ปี 2026 พบว่า ผลกระทบจากการขาดแคลนเริ่มเห็นชัดเจนที่สุดในประเทศเอเชียที่มีรายได้น้อย ซึ่งการนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปได้ลดลงถึง 35%

ในขณะที่สื่อกระแสหลักให้ความสำคัญกับราคาและตัวเลขการสำรองน้ำมันในประเทศ ไทยมีตัวเลขการพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยยูเรียมากกว่า 50% จากช่องแคบเฮอร์มุซ ในขณะที่มีปริมานการสำรองปุ๋ยแค่เพียง 1 เดือนโดยประมาน 

หากเราพิจารณาประเภทสินค้าและการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆแล้ว ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าหากวิกฤตนี้ยืดเยื้อออกไปเรื่อยๆ จะส่งผลต่อประเทศไทยขนาดไหน

ผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจของไทย มีอะไรบ้าง?

Effects to Thailand economy

วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรงใน 3 มิติหลัก ด้าน 

ด้านพลังงาน 

ประเทศไทยพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางราว 50% และ LNG ที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซคิดเป็นราว 30% ของการบริโภค โดยก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของไทยถึง 50–66% และการนำเข้าพลังงานคิดเป็น 7–8% ของ GDP ส่งผลให้ต้นทุนการจัดหา LNG พุ่งสูงขึ้นราว 125% สร้างแรงกดดันต่อค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และต้นทุนไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม

ด้านโลจิสติกส์และการขนส่งทางทะเล 

เรือสัญชาติไทยถูกโจมตีแล้ว เบี้ยประกันภัยสินค้าพุ่งสูงขึ้น ค่าระวางเรือผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมผ่านทะเลแดงและแอฟริกา โดยรัฐบาลไทยได้ตอบสนองด้วยมาตรการควบคุมเชื้อเพลิงฉุกเฉิน การใช้น้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (ประมาณ 61 วัน) และการเจรจาทางการทูตกับอิหร่านเรื่องการขนส่งผ่านช่องแคบ

ด้านอุตสาหกรรมและการผลิต 

ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ ปิโตรเคมีและพลาสติก ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ แปรรูปอาหารและปุ๋ย โลจิสติกส์และการบิน รวมถึงวัสดุก่อสร้าง ซึ่งล้วนพึ่งพาวัตถุดิบที่ไหลผ่านช่องแคบ ไม่ว่าจะเป็นแนฟทา LPG เมทานอล และเม็ดพลาสติก PP/PE ผลกระทบจึงเป็นลูกโซ่ตามลำดับ:
พลังงาน → วัตถุดิบ → การผลิต → ราคาสินค้าผู้บริโภค

ปริมานน้ำมันสำรองในประเทศและการนำเข้าปุ๋ยสำหรับการเกษตร

ประเทศไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 4,925 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศได้ 38 วัน เมื่อรวมกับน้ำมันดิบอีก 1,746 ล้านลิตรที่อยู่ระหว่างการขนส่งในเรือบรรทุกซึ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาแล้วและกำลังมุ่งหน้ามายังประเทศไทย รวมถึงน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นอีก 1,124 ล้านลิตร รวมปริมาณน้ำมันทั้งสิ้น 6,795 ล้านลิตร ซึ่งจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศได้ประมาณ 61 วัน อย่างไรก็ตาม มาตรการรับมือที่มีอยู่ในปัจจุบันมุ่งเน้นเฉพาะการสำรองน้ำมันเท่านั้น ในขณะที่ปัญหาการเข้าถึง ปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคเกษตรกรรมนั้นยังถูกมองข้ามอย่างมาก

Fertilizer through strait of hormuz
https://unctad.org/news/gas-grain-fertilizer-disruptions-raise-risks-food-security-and-trade

ไทยพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยและยูเรียจากตะวันออกกลาง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ) มากกว่า 50% ของความต้องการทั้งหมด ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสูงและมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหารและต้นทุนการผลิตทางการเกษตร ในขณะที่ไทยมีการสำรองปุ๋ยเพียงประมาณ 1 เดือน หากการนำเข้ายังไม่กลับม ราคาปุ๋ยจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเพิ่มต้นทุนการผลิตและรายได้เกษตรกรที่ลดลง

ธุรกิจและองค์กร จะเอาตัวรอด จากวิกฤตนี้อย่างไร?

ความต่อเนื่องทางธุรกิจในวิกฤตระยะยาว

การปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจจะไม่ใช่เหตุหยุดชะงักระยะสั้น แต่เป็นภาวะวิกฤตที่ยืดเยื้อหลายไตรมาส ซึ่งการตัดสินใจของผู้บริหารมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ องค์กรต่างๆควรเริ่มตั้งคำถามสำคัญเหล่านี้อย่างเร่งด่วน

  • อะไรคือสินค้า บริการและกิจกรรมที่สำคัญต่อองค์กร? กิจกรรมเหล่านั้นสามารถหยุดดำเนินการได้นานแค่ไหน
  • การทำ Supply Chain Mapping เราพึ่งพาซัพพลายอะไรบ้างที่เชื่อมโยงกับช่องแคบฮอร์มุซ ใครเป็นซัพพลายเออร์หลัก?
  • องค์กรมีแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) หรือไม่? แล้วแผนเหล่านั้นยังสอดคล้องและใช้ได้จริงกับบริบทปัจจุบันหรือเปล่า?

การระบุสินค้า บริการและกิจกรรมสำคัญขององค์กร

สามารถทำได้โดยการวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจหรือ Business Impact Analysis (BIA) เพื่อตอบคำถามสำคัญๆที่ส่งผลต่อความอยู่รอดเมื่อองค์กรเริ่มได้รับผลกระทบจากสงคราม และการหยุดชะงักของซัพพลายเชน เช่น ลำดับสินค้าและกิจกรรมสำคัญที่ต้องฟื้นฟู่ก่อน-หลัง เป้าหมายระยะเวลาฟื้นฟู (RTO) หรือระยะเวลาสูงสุดที่องค์กรสามารถทนการหยุดชะงักได้ (MTPD) 

Business Impact Analysis Example
Example of BIA result

การระบุระดับการพึ่งพาและการทำ Supply Chain Mapping 

การระบุระดับการพึ่งพาและการทำ Supply chain mapping เป็นกระบวนการที่นิยมทำควบคู่ไปกับการทำ BIA และเป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ ข้อกำหนดด้านความต้องการทางทรัพยากรสำหรับกิจกรรมสำคัญจะทำให้เราทราบว่า ทรัพยากรอะไรสำคัญ? ซัพพลายเออร์เจ้าไหนสำคัญ? และจะวางแผนรับมืออย่างไร สามารถอ่านเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนต่อได้ที่นี่

Supply chain mapping
Supply chain model, ISO 22318

กลยุทธ์ด้านความต่อเนื่องและการทำแผน BCP 

การมีกลยุทธ์ด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Strategy) และแผน BCP ที่ดี จะช่วยให้องค์กร “อยู่รอดและปรับตัวได้” ในวิกฤตความขัดแย้งระดับภูมิรัฐศาสตร์อย่างกรณีสงครามสหรัฐ–อิหร่าน ได้ในหลายมิติ ดังนี้

  • ลดผลกระทบจากการหยุดชะงักที่ยืดเยื้อ เพราะสามารถจัดลำดับการฟื้นฟูกิจกรรมสำคัญได้จากผลลัพธ์ของ BIA
  • มองเห็นความเสี่ยงเชิงระบบในซัพพลายเชน การมี Supply Chain Mapping ภายใต้ BCP จะช่วยให้องค์กรมองเห็นระดับการพึ่งพาซัพพลายเออร์ รู้ว่าเจ้าไหนมีความเสี่ยงและเตรียมแผนสำรองได้อย่างเหมาะสม
  • สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารในภาวะไม่แน่นอน BCP ที่อัพเดทให้เป็นปัจจุบันช่วยให้ สามารถตัดสินใจบนฐานความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และช่วยให้องค์กรสื่อสารออกมาเป็นทางเดียวกัน
  • รักษาความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากการแสดงความพร้อมในการบริหารจัดการในสภาวะวิกฤต

ปรึกษาเรื่องความต่อเนื่องทางธุรกิจกับ InterRisk Asia

ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านพลังงานและซัพพลายเชนทั่วโลก บทความนี้พาผู้อ่านทำความเข้าใจถึงผลกระทบจากวิกฤตนี้ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจส่งผลทั่วโลกเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีระดับการพึ่งพาด้านพลังงานและปุ๋ยที่ผ่านช่องแคบเฮอร์มุซค่อนข้างสูง รวมถึงแนะนำแนวทางเพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวเพื่อความอยู่รอดจากภาวะวิกฤตได้ในระยะยาว

หากคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยออกแบบและดำเนินการ Business Continuity Service ทีมงานของเราพร้อมเป็นพันธมิตรในการสร้างความยืดหยุ่นและความมั่นคงให้ธุรกิจคุณ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร ธุรกิจของคุณก็ยังเดินหน้าต่อได้อย่างต่อเนื่อง

บริการของเรา
Business Continuity Consulting
การให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาระบบ BCM ผ่านรูปแบบการดำเนินงานแบบครบวงจร พร้อมต่อยอดสู่มาตรฐาน ISO 22301
Click Here
Business Continuity Training
การฝึกอบรมแบบปรับแต่งเฉพาะสำหรับผู้บริหารและพนักงานเพื่อสร้างความตระหนักรู้และพัฒนาทักษะด้าน BCMS
Click Here
Business Impact Analysis
การวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลกระทบจากการหยุดชะงัก เพื่อวางแผนกลยุทธ์สำหรับการจัดทำแผน BCP
Click Here
Business Continuity Plan Exercise
การซ้อมแผน BCP เพื่อทดสอบและพัฒนาความพร้อมและการตอบสนองขององค์กร
Click Here
เหตุผลที่เลือกเรา

ทีมที่ปรึกษามีประสบการณ์ด้าน BCMS โดยตรง

การออกแบบแผนที่ปรับตามบริบทของแต่ละธุรกิจ

โซลูชันที่ใช้ได้จริง ครบวงจร และพร้อมดำเนินการ

ไม่ว่าคุณจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความมั่นใจ หรือธุรกิจ SMEs ที่ต้องการวางรากฐาน InterRisk พร้อมช่วยคุณสร้างแผน BCP ที่ครบวงจร เพื่อ Turning Risks To Resilience ไปด้วยกัน

แชร์

Let us help you ensure business continuity

Talk to InterRisk and take the first step toward a safer, risk-free business