การขับขี่อย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทย: สถิติอุบัติเหตุ & แนวทางการเตรียมความพร้อมด้านรถยนต์ที่จำเป็น

Songkran road safety tips

การขับขี่อย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทย
สถิติอุบัติเหตุและแนวทางการเตรียมความพร้อมด้านรถยนต์ที่จำเป็น

ทุก ๆ ปี เทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาการเดินทางที่คึกคักที่สุดของประเทศไทย
โดยประชาชนจำนวนหลายล้านคนเดินทางออกจากเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร เพื่อกลับภูมิลำเนาเดิมหรือเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จึงส่งผลให้ปริมาณการจราจรบนโครงข่ายถนนทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาดังกล่าว

การเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้นนี้นำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะในช่วงที่เรียกกันอย่างแพร่หลายว่า
“7 วันอันตรายช่วงสงกรานต์” จากรายงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ระบุว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั่วประเทศหลายพันครั้งในทุกปีในช่วงเวลาดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ ความปลอดภัยทางถนนในช่วงสงกรานต์ในประเทศไทย จึงควรได้รับการยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ
การเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม การบำรุงรักษายานพาหนะ และพฤติกรรมการขับขี่อย่างมีความรับผิดชอบ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยง และช่วยให้การเดินทางในช่วงวันหยุดยาวนี้เป็นไปอย่างปลอดภัยสำหรับทุกคน

Thai Songkran2026
ประเทศไทย สถิติอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทย

จากสถิติปี พ.ศ. 2568 ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แสดงให้เห็นว่า
ในช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์ ปี 2568 ระหว่างวันที่ 11–17 เมษายน 2568 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวม 1,538 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,495 ราย และมีผู้เสียชีวิต 253 ราย นอกจากนี้ยังมีสถิติที่น่าสนใจอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ 83.34 ของอุบัติเหตุที่รายงานทั้งหมด อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นบน ถนนทางหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุ ร้อยละ 41.35 ของทั้งหมด ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือระหว่าง เวลา 15.01–18.00 น. คิดเป็น ร้อยละ 20.68 ขณะที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุด ซึ่งตัวเลขที่สูงผิดปกติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความอันตรายอย่างมีนัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางบนท้องถนนในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์

สาเหตุหลัก ของอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์

จากข้อมูลของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน สาเหตุหลักของอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ ได้แก่

Use a speeding driving during songkran festival

การใช้ความเร็วเกินกำหนด

อัตราการขับรถเร็วเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากผู้ขับขี่จำนวนมากเร่งเดินทางกลับภูมิลำเนาก่อนที่การจราจรจะหนาแน่นมากยิ่งขึ้น การเดินทางในช่วงวันหยุดยาวบนทางหลวงและถนนเปิดโล่งยังเอื้อต่อการใช้ความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม สภาพการจราจรที่หนาแน่นและการเปลี่ยนเลนกะทันหันทำให้การใช้ความเร็วสูงมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ

Drunk driving

การขับขี่ขณะมึนเมา

การขับขี่ขณะมึนเมามีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทย การรวมกลุ่มสังสรรค์และงานเลี้ยงมักเกี่ยวข้องกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่ผู้ขับขี่บางส่วนประเมินผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อความสามารถในการตอบสนองและการตัดสินใจต่ำกว่าความเป็นจริง บนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นในช่วงวันหยุด แม้เพียงการบกพร่องเล็กน้อยก็อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้

Poor visibility road wet

ทัศนวิสัยที่ลดลงและปัจจัยอื่น ๆ

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กิจกรรมสาดน้ำมักส่งผลให้กระจกหน้ารถพร่ามัวและพื้นผิวถนนเปียกลื่น ลดทัศนวิสัยและการควบคุมรถของผู้ขับขี่ ขณะเดียวกัน การจราจรที่หนาแน่นในช่วงวันหยุดยังกระตุ้นให้ผู้ขับขี่บางรายเปลี่ยนเลนกะทันหันหรือแทรกรถคันอื่นเพื่อเร่งการเดินทาง พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ระยะห่างระหว่างรถไม่ปลอดภัย และลดโอกาสในการตอบสนองได้ทันท่วงที ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานเพิ่มเติมจากกรมการขนส่งทางบกและกรมทางหลวงยังระบุว่า รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่มีสัดส่วนการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุดในช่วงสงกรานต์

สาเหตุสำคัญคือ รถจักรยานยนต์ให้การปกป้องร่างกายน้อยกว่ารถยนต์ นอกจากนี้ การสวมหมวกนิรภัยยังไม่สม่ำเสมอในบางพื้นที่ โดยเฉพาะผู้โดยสาร ทำให้มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงและการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ปัจจัยเสี่ยงเฉพาะ ช่วงสงกรานต์

แม้ว่าอุบัติเหตุทางถนนจะเกิดขึ้นตลอดทั้งปีในประเทศไทย แต่เทศกาลสงกรานต์มีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะที่ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวมีความอันตรายมากเป็นพิเศษ ดังนี้

ถนนในประเทศไทย
⚠️ ปริมาณการจราจรที่หนาแน่น
เทศกาลสงกรานต์นั้นต่างจากวันหยุดยาวทั่วไป เนื่องจากการเดินทางช่วงสงกรานต์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 2–3 วัน ผู้คนหลายล้านคนเดินทางออกจากเมืองใหญ่ในเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง และเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุอย่างมีนัยสำคัญ

ขับขณะมึนเมา
⚠️ การบริโภคแอลกอฮอล์ระหว่างการเฉลิมฉลอง
แอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในเทศกาลสงกรานต์ โดยมีการดื่มในกิจกรรมทางสังคมตลอดทั้งวัน และมักมีหลายคนขับขี่ทันทีหลังการดื่มเฉลิมฉลอง ซึ่งในความเป็นจริงปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็สามารถลดความสามารถในการตัดสินใจและเวลาการตอบสนองขณะขับขี่ได้ โดยเฉพาะบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากตามไปด้วย


⚠️ ถนนเปียกและลื่น
อย่างที่ทราบกันดี การสาดน้ำเป็นหนึ่งในประเพณีที่โดดเด่นที่สุดของเทศกาลสงกรานต์โดยในหลายพื้นที่ ถนนจะเปียกตลอดทั้งวัน ซึ่งพื้นผิวถนนที่เปียกลื่นทำให้แรงยึดเกาะของยางลดลงและเพิ่มระยะเบรก เพิ่มความเสี่ยงต่อการลื่นไถลหรือสูญเสียการควบคุมรถมากขึ้น

รู้สึกง่วงหรือเหนื่อยล้าจากการขับขี่ในระยะเวลานาน

⚠️ ความอ่อนล้าจากการขับขี่ทางไกล
เทศกาลสงกรานต์ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเดินทางไกลภายในระยะเวลาจำกัด การขับรถต่อเนื่องเป็นเวลานานก่อให้เกิดความอ่อนล้า ส่งผลให้ความตื่นตัวลดลงและการตัดสินใจช้าลง ผู้ขับขี่ที่อ่อนเพลียจะมีความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์การจราจรที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันลดลง ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

รายการตรวจสอบความปลอดภัยในการเดินทางช่วงสงกรานต์

หลังจากเข้าใจปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เกิดขึ้นในเทศกาลสงกรานต์ เช่น ตั้งแต่การจราจรหนาแน่น การดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงความอ่อนล้าของผู้ขับขี่ ขั้นตอนต่อไปคือการลงมือป้องกันเชิงรุก เพราะการป้องกันมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการลดอุบัติเหตุในช่วงการเดินทางเทศกาลสงกรานต์

ทั้งการบำรุงรักษารถยนต์และความพร้อมของผู้ขับขี่สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยบนท้องถนน การเตรียมความพร้อมของรถยนต์ให้เหมาะสมและการขับขี่อย่างมีความรับผิดชอบไม่ใช่เพียงคำแนะนำเท่านั้น แต่เป็นขั้นตอนสำคัญที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในการเดินทางช่วงวันหยุด

🚗✅ การเตรียมความพร้อมของยานพาหนะ

การเตรียมรถอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การเดินทางในช่วงสงกรานต์เป็นไปอย่างปลอดภัยและไร้ปัญหาระหว่างการเดินทาง การใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทางสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากความขัดข้องของระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรับมือกับสภาพถนนหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ต่อไปนี้คือรายการที่ควรตรวจสอบของรถก่อนที่จะออกเดินทาง

  • ระบบเบรก
    ตรวจสอบผ้าเบรกว่าไม่สึกหรอ และระดับน้ำมันเบรกอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ระบบเบรกที่เชื่อถือได้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับขี่เมื่อมีสภาพการจราจรหนาแน่น ระบบเบรกที่ได้รับการดูแลอย่างดีช่วยให้ระยะหยุดสั้นลง และเพิ่มการควบคุมรถในสถานการณ์ที่ต้องชะลอรถกะทันหัน
  • ยางรถยนต์

    ตรวจสอบแรงดันลมยางและความลึกของดอกยางให้เหมาะสม ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและ
    ลดความเสี่ยงในการลื่นไถลบนพื้นผิวเปียก ยางที่มีแรงดันเหมาะสมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและความมั่นคงขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง
  • ระดับของเหลวในรถ

    ควรเติมน้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น และน้ำฉีดกระจกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อป้องกันเครื่องยนต์ร้อนจัดและรักษาทัศนวิสัยที่ชัดเจน ระดับของเหลวที่เหมาะสมช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่น และทำให้ผู้ขับขี่มีทัศนวิสัยที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ต้องเผชิญสภาพฝุ่นละอองหรือน้ำสาดบนถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์
  • แบตเตอรี่
    ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่อยู่ในสภาพดี เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียกลางทางระหว่าง
    การเดินทางไกล แบตเตอรี่ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์จะช่วยให้สตาร์ตเครื่องยนต์ได้อย่างมั่นใจ และรองรับระบบไฟฟ้าที่จำเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่ใช้งานเครื่องปรับอากาศและไฟส่องสว่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • ระบบไฟส่องสว่าง

    ทดสอบไฟหน้า ไฟเบรก และไฟเลี้ยว เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถมองเห็นได้ชัดเจนบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ไฟที่ทำงานสมบูรณ์ไม่เพียงช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวได้ล่วงหน้า ส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนโดยรวม
  • ผ้าใบปัดน้ำฝน

    ควรเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพเพื่อคงไว้ซึ่งทัศนวิสัยที่ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ต้องเผชิญกับน้ำสาดบ่อยครั้ง ที่ปัดน้ำฝนใหม่จะช่วยปัดน้ำ ฝน และคราบแป้งออกจากกระจกได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิและรับรู้สภาพถนนโดยรอบได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การเตรียมพร้อมรถยนต์ การตรวจสอบรถยนต์ง่าย ๆ เหล่านี้สามารถลดความเสี่ยงจากปัญหาความขัดข้องของระบบรถ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงวันหยุดที่มีการเดินทางหนาแน่น 🆗

👦🏻✅ การเตรียมความพร้อมของผู้ขับขี่

แม้การเตรียมความพร้อมของรถมีจะมีความสำคัญ แต่การเตรียมตัวของผู้ขับขี่ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และต่อไปนี้คือแนวทางความปลอดภัยที่ควรปฏิบัติก่อนและระหว่างการเดินทางของผู้ขับขี่ ได้แก่

พักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง

เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงการเดินทางที่คึกคักที่สุดช่วงหนึ่งของประเทศไทย โดยการขับรถเป็นเวลานานติดต่อกัน อาจทำให้ผู้ขับขี่เกิดความอ่อนล้าได้อย่างรวดเร็ว การพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางจะช่วยรักษาความตื่นตัว เพิ่มความเร็วในการตอบสนอง และลดความเสี่ยงจากการหลับในขณะขับรถ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุในช่วงวันหยุดยาว ผู้ขับขี่ที่มีร่างกายและสมองที่พร้อมย่อมสามารถรับมือกับการจราจรหนาแน่น สภาพถนนที่ไม่คาดคิด และสิ่งรบกวนจากบรรยากาศการเฉลิมฉลองได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

✅การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าและเตรียมเส้นทางทางเลือก

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ถนนหลายสายมักมีการจราจรหนาแน่น และบางพื้นที่อาจมีกิจกรรมสาดน้ำหรือการปิดถนนชั่วคราว การวางแผนเส้นทางล่วงหน้า รวมถึงการเตรียมเส้นทางเลี่ยงไว้เป็นทางเลือก จะช่วยหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงและคอขวดด้านการจราจรได้ การรู้เส้นทางล่วงหน้ายังช่วยลดความเครียด และป้องกันการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยจากความสับสนหรือการตัดสินใจฉุกเฉินในนาทีสุดท้าย ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุบนท้องถนนได้

🚫 งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับขี่โดยเด็ดขาด

การเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์มักมาพร้อมกับงานเลี้ยงและการสังสรรค์ แต่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าจะในปริมาณเท่าใดล้วนส่งผลกระทบต่อวิจารณญาณและการประสานงานของร่างกาย ในช่วงเทศกาลดังกล่าว อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์มักเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้การงดดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาดก่อนขับรถเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การขับขี่โดยไม่มึนเมาจะช่วยให้ผู้ขับขี่มีสติรู้ตัวเต็มที่ สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมรอบข้างและตอบสนองต่อสถานการณ์บนท้องถนนที่ไม่คาดคิดได้อย่างทันท่วงที

✅การคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน

เข็มขัดนิรภัยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสาหัสเมื่อเกิดการชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่การจราจรหนาแน่น การเดินทางระยะไกล และการเบรกกะทันหันเกิดขึ้นได้บ่อย ผู้โดยสารทุกที่นั่งทั้งด้านหน้าและด้านหลังควรคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกต้องตลอดเวลา การดูแลให้ผู้โดยสารทุกคนรัดเข็มขัดนิรภัยครบถ้วนจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยโดยรวม และลดความรุนแรงของการบาดเจ็บหากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

🆗การหยุดพักเป็นระยะเพื่อป้องกันความอ่อนล้า

การจราจรในช่วงวันหยุดมักทำให้ระยะเวลาการเดินทางยาวนานกว่าปกติ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความอ่อนล้าของผู้ขับขี่ การหยุดพักเป็นระยะทุก ๆ 2–3 ชั่วโมงจะช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย ยืดกล้ามเนื้อ และคงไว้ซึ่งความตื่นตัวทางสมอง ช่วงเวลาพักสั้น ๆ เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเดินทางระยะไกล และสามารถช่วยลดโอกาสในการหลับใน สูญเสียสมาธิ หรือเกิดความผิดพลาดจากความประมาทได้อย่างมาก

🆗การแบ่งหน้าที่ขับขี่สำหรับการเดินทางไกล

สำหรับการเดินทางระยะไกลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ การแบ่งหน้าที่ขับขี่ระหว่างผู้ขับขี่หลายคนจะช่วยป้องกันความอ่อนล้าและเพิ่มความปลอดภัยตลอดเส้นทาง การสลับกันขับรถเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้พักผ่อน รักษาความตื่นตัว และหลีกเลี่ยงความเหนื่อยล้าสะสม เมื่อมีผู้ขับขี่มากกว่าหนึ่งคน การเดินทางจะเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการขับรถต่อเนื่องเป็นเวลานาน และช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคนในรถ

ไอเดีย ⚠️ สำหรับผู้ขับขี่การปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และทำให้การเดินทางช่วงสงกรานต์เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบมากขึ้น

ตัวอย่างข่าวอุบัติเหตุทางถนนในช่วงสงกรานต์ในประเทศไทย

กรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขับรถพุ่งชนประชาชนที่กำลังเล่นน้ำสงกรานต์

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2568 เกิดอุบัติเหตุรถชนหลายคันอย่างรุนแรงระหว่างการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ในเมืองพัทยา โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นผู้ขับขี่ รถคันดังกล่าวเสียหลักพลิกคว่ำหลังพุ่งชนรถหลายคันบนถนนเทพประสิทธิ์ ส่งผลให้รถยนต์ 4 คันและรถจักรยานยนต์ 2 คันได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ ยังมีคนเดินเท้าได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กที่กำลังเล่นน้ำอยู่บริเวณข้างถนน เจ้าหน้าที่นำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาล ขณะที่พยานในที่เกิดเหตุระบุว่าผู้ขับขี่ได้เร่งเครื่องออกจากข้างทางอย่างกะทันหัน และมีลักษณะคล้ายอยู่ในอาการมึนเมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

ไอคอนอุบัติเหตุรถยนต์

จากการประเมินเบื้องต้น สาเหตุหลักของอุบัติเหตุครั้งนี้มาจากการขับรถในขณะมึนเมาและพฤติกรรมการใช้ความเร็วอย่างประมาท การดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบอย่างมากต่อวิจารณญาณและการตอบสนองของผู้ขับขี่ ทำให้ตัดสินใจบนท้องถนนได้อย่างไม่ปลอดภัย ขณะเดียวกัน การขับรถโดยประมาทจากการเร่งความเร็วอย่างกะทันหันและเกินควร ส่งผลให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถได้ และยิ่งเพิ่มความรุนแรงของอุบัติเหตุ ปัจจัยทั้งสองประการผสมผสานกันจนก่อให้เกิดสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่งและนำไปสู่อุบัติเหตุดังกล่าวในที่สุด

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะนี้ ผู้ขับขี่ควรให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมและการขับขี่อย่าง
มีความรับผิดชอบก่อนออกเดินทาง การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าและเตรียมเส้นทางสำรองสามารถช่วยลดความเครียดและหลีกเลี่ยงพื้นที่จัดงานเทศกาลที่มีการจราจรหนาแน่นได้ ที่สำคัญ ผู้ขับขี่ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาดก่อนขับรถ เนื่องจากแม้ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อการตัดสินใจและความสามารถในการตอบสนอง อีกทั้งการหลีกเลี่ยงการใช้
ความเร็วสูงและรักษาความเร็วให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย จะช่วยควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้นและลดความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะบนท้องถนนที่มีผู้ใช้ทางจำนวนมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์

อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์

กรณีรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถยนต์จนพังยับ หลังกลับจากการเล่นน้ำสงกรานต์

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนเสียชีวิตในจังหวัดกาญจนบุรี ขณะคู่รักกำลังเดินทางกลับจากการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ โดยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ชายอายุ 27 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนแฟนสาวอายุ 23 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากภาพกล้องวงจรปิดพบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับขี่ด้วยความเร็วสูง และพยายามแซงรถยนต์หลายคัน ก่อนจะชนเข้ากับด้านท้ายของรถเก๋งจนเสียหลัก และพุ่งชนรถกระบะที่จอดอยู่ข้างทาง ส่งผลให้ทั้งสองคนกระเด็นตกลงบนถนน ทำให้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตในที่สุด

สาเหตุหลักของอุบัติเหตุครั้งนี้มาจากการใช้ความเร็วเกินกำหนดและการแซงอย่างประมาท ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงจนส่งผลให้การควบคุมรถและการตอบสนองต่อสถานการณ์ลดลงอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงบนท้องถนนได้ทัน นอกจากนี้ การแซงในลักษณะที่ไม่ปลอดภัยและการเปลี่ยนช่องทางอย่างกะทันหันยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดการชน และก่อให้เกิดสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง จนนำไปสู่อุบัติเหตุดังกล่าว

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกัน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรหลีกเลี่ยงการใช้ความเร็วสูงและการแซงที่เสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะในสภาพการจราจรที่หนาแน่นช่วงเทศกาล ควรสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้อง รักษาระยะห่างที่ปลอดภัย และชะลอความเร็วในเขตชุมชน ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างมีนัยสำคัญ

สรุป

เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งการรวมตัวของครอบครัว การเฉลิมฉลองและประเพณีอันทรงคุณค่าของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม สถิติอุบัติเหตุทางถนนที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกปีก็เป็นเครื่องเตือนใจว่า โศกนาฏกรรมจำนวนมากสามารถป้องกันได้ ดังนั้นอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้ความเร็วเกินกำหนด การขับขี่ขณะมึนเมา ความอ่อนล้า และการละเลยการบำรุงรักษารถก่อนออกเดินทาง ไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นผลจากการตัดสินใจของผู้ขับขี่ทุกคน เพราะการเลือกปฎิบัติในสิ่งที่ปลอดภัยมากขึ้นก็จะสามารถช่วยรักษาชีวิตได้เป็นจำนวนมาก ทั้งต่อชีวิตของตนเองและเพื่อนร่วมทาง

เพราะฉนั้นความปลอดภัยเริ่มต้นได้ก่อนออกเดินทาง อย่างการเตรียมความพร้อม การตระหนักรู้ และพฤติกรรมที่มีความรับผิดชอบ ก็สามารถลดความเสี่ยงบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นช่วงเทศกาลได้อย่างมีนัยสำคัญ ที่ผ่านมาและทุกครั้งแม้ว่าหน่วยงานภาครัฐ เช่น ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กรมการขนส่งทางบก และกรมทางหลวง จะดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน สุดท้ายแล้วความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน ด้วยความระมัดระวังในการขับขี่ และการเตรียมพร้อมของทุกฝ่าย เพื่อที่เทศกาลสงกรานต์จะถูกจดจำในฐานะช่วงเวลาแห่งความสุข การพบปะ และการเดินทางที่ปลอดภัย มากกว่าการสูญเสียที่สามารถป้องกันได้

Thai Songkran Save driving

แชร์

Let us help you ensure business continuity

Talk to InterRisk and take the first step toward a safer, risk-free business