คู่มือการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Risk Management) พร้อมตัวอย่าง

การบริหารความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายขององค์กรหรือการทำงานในแต่ละวัน การเข้าใจประเภทของความเสี่ยงและปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง จะช่วยให้สามารถวางแผนและ บริหารความเสี่ยง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ Risk Management คือ การวางระบบเพื่อประเมินความเสี่ยงและวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนจะวางแผนจัดทำแผนฉุกเฉิน และควบคุมอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมกำหนดระดับความเสี่ยง เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การบริหารความเสี่ยง คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) คือ กระบวนการที่องค์กรใช้ในการจัดการและควบคุมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ซึ่งความเสี่ยง คือ ผลกระทบจากความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลในด้านบวก (โอกาส), ด้านลบ (ภัยคุกคาม) หรือทั้งสองด้านก็ได้ เราสามารถประเมินความเสี่ยงก่อนนำข้อมูลมาทำการจัดการความเสี่ยง โดยทั่วไป ความเสี่ยงจะพิจารณาถึง

แหล่งที่มาของความเสี่ยง
เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ผลกระทบจากเหตุการณ์นั้น
ความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น

การจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับประเภทของความเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น ความเสี่ยงในการทำงาน หรือความเสี่ยงที่เกิดจาก ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านกลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน และกฎหมาย พร้อมทั้งสามารถประเมิน ระดับความเสี่ยง 5 ระดับ เพื่อวางแผนรับมือได้อย่างเหมาะสม

Framework ของการบริหารความเสี่ยง​

Framework ของการบริหารความเสี่ยง คือ โครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบูรณาการบริหารความเสี่ยงเข้าไปในการดำเนินการหลัก การบริหารความเสี่ยงจะบรรลุผลได้ขึ้นอยู่กับการสนับสนุน โดยเฉพาะจากผู้บริหารระดับสูง

การพัฒนา Framework ของการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 31000 Risk management นี้ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การนำไปใช้ การประเมินผล และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยมีองค์ประกอบหลัก ได้แก่

Risk management framework

ผู้นำและความมุ่งมั่น

ผู้บริหารเป็นผู้มีส่วนร่วมหลัก แสดงความรับผิดชอบและสนับสนุนการจัดการความเสี่ยงในทุกระดับ

การบูรณาการ

การบริหารความเสี่ยงต้องสอดคล้องกับโครงสร้างและบริบทขององค์กร ซึ่งทุกคนมีบทบาทในการจัดการความเสี่ยง

การออกแบบ

ต้องเข้าใจบริบทภายในและภายนอกองค์กร กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบ จัดสรรทรัพยากร และสร้างระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

การนำไปใช้

ต้องสร้างการมีส่วนร่วมและความตระหนักรู้จากทุกฝ่าย เพื่อให้สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนได้อย่างชัดเจน

การประเมินผล

ต้องมีการวัดผลการดำเนินงานของ Framework อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่ายังตอบโจทย์เป้าหมายขององค์กร

การปรับปรุง

ต้องมีการพัฒนาและปรับปรุง Framework อย่างต่อเนื่อง โดยอิงจากช่องว่างหรือโอกาสในการพัฒนา

กระบวนการการประเมินความเสี่ยง ทำอย่างไร ?

การจัดการความเสี่ยง เป็นกระบวนการที่มีระบบ ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอน และแนวปฏิบัติที่ครอบคลุมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การสื่อสารและการปรึกษาหารือ การกำหนดบริบท การประเมินความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยง การติดตามผล การทบทวน และการรายงานผล โดยกระบวนการนี้ควรถูกบูรณาการเข้ากับโครงสร้างและการดำเนินงานขององค์กรในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับกลยุทธ์ (Strategy) ระดับยุทธวิธี (Tactical) หรือระดับปฏิบัติการ (Operation)

บริหารความเสี่ยง

1. การสื่อสารและการปรึกษาหารือ

เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจว่า ความเสี่ยงคืออะไร และเหตุผลของการตัดสินใจต่าง ๆ การสื่อสารช่วยสร้างความตระหนักรู้ ส่วนการปรึกษาหารือช่วยให้ได้ข้อมูลและข้อเสนอแนะที่สนับสนุนการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ

2. การกำหนดขอบเขต บริบท และเกณฑ์

องค์กรต้องกำหนดขอบเขตของการบริหารความเสี่ยงให้ชัดเจน เข้าใจบริบทภายนอกและภายใน เช่น สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และกำหนดเกณฑ์ในการประเมินความเสี่ยงให้สอดคล้องกับเป้าหมายและทรัพยากรขององค์กร

3. การประเมินความเสี่ยง

เป็นหัวใจของ Risk Management ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก: 
3.1 ค้นหาและอธิบายความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อเป้าหมายขององค์กร โดยพิจารณาจาก ประเภทของความเสี่ยง และ ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านกลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน และกฎหมาย
3.2 การวิเคราะห์ความเสี่ยง: ทำความเข้าใจลักษณะของความเสี่ยง เช่น แหล่งที่มา ผลกระทบ ความน่าจะเป็น และสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยอาจใช้วิธีการเชิงคุณภาพหรือเชิงปริมาณ
3.3 การประเมินความเสี่ยง: เปรียบเทียบผลการวิเคราะห์กับเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อพิจารณาว่าควรดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่ โดยอาจใช้ ระดับความเสี่ยง 5 ระดับ เพื่อช่วยในการตัดสินใจ

4. การจัดการความเสี่ยง

เป็นการดำเนินการเพื่อลดโอกาสหรือผลกระทบของความเสี่ยง เช่น การปรับปรุงกระบวนการทำงาน การเพิ่มระบบตรวจสอบ หรือการใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกัน

5. การติดตามและทบทวน

องค์กรควรมีการติดตามผลและทบทวนกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน

6. การบันทึกและรายงาน

ผลการบริหารความเสี่ยงควรถูกบันทึกและรายงานอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการตัดสินใจและพัฒนาแนวทางการบริหารความเสี่ยงในอนาคต

การบริหารความเสี่ยง มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการจัดการความเสี่ยงทางธุรกิจ มีประโยชน์อย่างมากทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคล โดยเฉพาะในยุคที่ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

องค์กรสามารถระบุและจัดการกับความเสี่ยงได้ก่อนที่จะเกิดปัญหา ลดโอกาสเกิดความเสียหายทั้งทางการเงิน ชื่อเสียง และทรัพยากร การประเมินความเสี่ยงช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลที่รอบด้านในการตัดสินใจ โดยพิจารณาทั้งโอกาสและภัยคุกคาม การบริหารความเสี่ยงที่ดีช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด อีกทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า นักลงทุน หรือพนักงาน การมีระบบการจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจนช่วยสร้างความไว้วางใจและภาพลักษณ์ที่ดี

Download ฟรี! ตัวอย่างการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ฉบับ PDF พร้อมเทคนิค

ตัวอย่าง การบริหารความเสี่ยง ฉบับ PDF ที่จัดทำโดย InterRisk Asia โดยเนื้อหาครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น:

การระบุความเสี่ยง, ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง, ระดับความเสี่ยง 5 ระดับ, ความเสี่ยงในการทำงาน, ตัวอย่างการประเมินและการจัดการความเสี่ยง

จัดการและบริหารความเสี่ยงกับ INTERRISK ASIA

ในวันที่ธุรกิจอาจหยุดชะงักได้จากภัยคุกคามที่คาดไม่คิด การบริหารความเสี่ยง และการมี BCP คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้องค์กรอย่างเป็นระบบ และสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งลูกค้า พนักงาน และพันธมิตร หากคุณยังไม่มีแผน BCP หรืออยากอัปเดตแผนเดิมให้พร้อมมากขึ้น ติดต่อทีมที่ปรึกษาของ InterRisk วันนี้ แล้วคุณจะมั่นใจได้ว่า “แม้จะเกิดวิกฤต องค์กรของคุณก็จะไม่สะดุด”

InterRisk เป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจชั้นนำในประเทศไทย ภายใต้เครือ MS&AD จากประเทศญี่ปุ่น โดยครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact Analysis), การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment), การจัดทำแผน Business Continuity Plan ไปจนถึงการฝึกอบรม ฝึกซ้อมและให้คำปรึกษาตามมาตรฐาน ISO 22301 เพื่อให้องค์กรพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ในทุกระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

บริการของเรา
Business Continuity Consulting
การให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาระบบ BCM ผ่านรูปแบบการดำเนินงานแบบครบวงจร พร้อมต่อยอดสู่มาตรฐาน ISO 22301
Click Here
Business Continuity Training
การฝึกอบรมแบบปรับแต่งเฉพาะสำหรับผู้บริหารและพนักงานเพื่อสร้างความตระหนักรู้และพัฒนาทักษะด้าน BCMS
Click Here
Business Impact Analysis
การวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลกระทบจากการหยุดชะงัก เพื่อวางแผนกลยุทธ์สำหรับการจัดทำแผน BCP
Click Here
Business Continuity Plan Exercise
การซ้อมแผน BCP เพื่อทดสอบและพัฒนาความพร้อมและการตอบสนองขององค์กร
Click Here
เหตุผลที่เลือกเรา

ทีมที่ปรึกษามีประสบการณ์ด้าน BCMS โดยตรง

การออกแบบแผนที่ปรับตามบริบทของแต่ละธุรกิจ

โซลูชันที่ใช้ได้จริง ครบวงจร และพร้อมดำเนินการ

ไม่ว่าคุณจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความมั่นใจ หรือธุรกิจ SMEs ที่ต้องการวางรากฐาน InterRisk พร้อมช่วยคุณสร้างแผน BCP ที่ครบวงจร เพื่อ Turning Risks To Resilience ไปด้วยกัน

แชร์

Let us help you ensure business continuity

Talk to InterRisk and take the first step toward a safer, risk-free business