7 โรคที่เป็นแล้วไม่ควรขับรถ

Driving when getting sick

💊 7 โรคที่เป็นแล้วไม่ควรขับรถ❌

การเจ็บป่วยกระทันหันขณะขับขี่ยานพาหนะ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับทั้งผู้ขับยานพาหนะและผู้สัญจร โรคบางประเภทถูกนับเป็นโรคในกลุ่มเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและไม่ควรขับรถโดยเด็ดขาด ซึ่งโรคที่ส่งผลต่อสมรรถภาพในการขับขี่ มีดังต่อไปนี้

โรคเกี่ยวกับสายตา

ผู้ป่วยที่เป็นต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อมนั้นจะมีประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลง เพราะจะมองเห็นได้ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืน ผู้ป่วยที่เป็นต้อหินนั้น จะมีรัศมีการมองเห็นที่แคบลง ทำให้มองเห็นบริเวณโดยรอบได้ไม่ชัดเจนและอาจเกิดอาการตาพร่าได้หากเจอแสงจากไฟหน้ารถคันอื่น

โรคหัวใจ

หากเกิดความเครียดในขณะขับรถ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่รถติด ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอาจเกิดอาการกำเริบได้ง่าย ซึ่งสามารถทำให้เกิดหัวใจวายอย่างเฉียบพลันได้ตลอดเวลา ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่เองและผู้อื่นบนท้องถนน

โรคหลอดเลือดสมอง

อาการของโรคดังกล่าวคือ กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง ตาพร่า หรือหน้ามืด จนทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมรถได้ และมักจะเกิดในขณะที่ผู้ป่วยเคร่งเครียดหรือมีอารมณ์รุนแรง ซี่งจะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้

โรคลมชัก

โรคนี้เกิดจากการผิดปกติของระบบประสาททำให้เกิดอาการชักเกร็ง อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน ซึ่งผู้ป่วยอาจรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวขณะเกิดอาการ ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักจึงไม่ควรขับรถ เพราะหากอาการกำเริบอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

โรคพาร์กินสัน

ผู้ป่วยจะมีอาการแข็งเกร็ง มือสั่น เท้าสั่น อาการเหล่านี้จะทำให้ประสิทธิภาพในการบังคับพวงมาลัยและการเหยียบเบรกลดลง การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินจะลดลงและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้

โรคเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากป่วยขั้นรุนแรงจะมีภาวะแทรกซ้อน เช่น จอประสาทตาเสื่อม อาการชาตามปลายมือ โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ เป็นต้น ซึ่งเป็นอุปสรรคในการขับรถ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคเบาหวานขั้นรุนแรงจึงไม่ควรขับรถ

โรคไขข้อ

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตามข้อ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเหยียบคันเร่ง เบรก รวมไปถึงการบังคับพวงมาลัย หากผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกคอเสื่อม จะมีอาการปวดคอทำให้ดูการจราจรลำบาก ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

จากลักษณะอาการของโรคต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยจะมีความบกพร่องในเรื่องการบังคับยานพาหนะ การตอบสนองและการตัดสินใจในกรณีฉุกเฉิน ดังนั้น ผู้ป่วยโรคดังกล่าวจึงไม่ควรขับขี่ยานพาหนะเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

แชร์

Let us help you ensure business continuity

Talk to InterRisk and take the first step toward a safer, risk-free business